This BloG Is About LearninG LoG Of WBI :))))

█ ▌♦◊ Kimbum❤SoeuN ◊♦ ▌█

วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2553

LEARNING LOG WEEK 7 (04 JAN 10)

สิ่งที่ได้เรียนรู้

การสร้างเว็บไซต์มีหลายวิธีตามแต่ละยุคสมัย เช่น สามารถสร้างได้จากหลายโปรแกรมสำเร็จรูป โดยแต่ละอันจะมีจุดเด่นแตกต่างกันไป แต่การเขียน html ยาก ปัจจุบันเลยมีการออกโปรแกรมสำเร็จรูปออกมา ซึ่งเป็นที่นิยม เช่น dream weaver แต่ปัจจุบันมีเว็บไซต์กึ่งสำเร็จรูป หรือ CMS
CMS ย่อมาจาก Content Management System เป็นระบบที่มาช่วยในการสร้างและบริหารเว็บไซต์แบบสำเร็จรูป ผู้ใช้งานแทบไม่ต้องมีความรู้ในด้านการเขียนโปรแกรม ซึ่งประกอบด้วยโปรแกรมประยุกต์มากมาย เช่น ระบบจัดการบทความและข่าวสาร ระบบจัดการบทวิจารณ์ ปัจจุบันมีซอฟท์แวร์ CMS มากมาย ดังนี้
1. Wordpress เดิมเป็นซอฟท์แวร์ในการสร้างบล็อก ต่อมามีการพัฒนาจนได้รับความนิยม เพราะมีความยืดหยุ่นในการใช้งาน และใช้งานร่วมกับตัวอื่นๆได้มาก หน่วยงานมากมายก็ใช้ Wordpress ในการสร้างเว็บ เช่น CNN
2. Drupal เป็นซอฟท์แวร์ประเภท Web based content management system ที่เนื้อหาต่างๆจะถูกจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูล ในรูปแบบของ dynamic แสดงออกมาผ่านทาง web browser
3. Google site เป็นซอฟท์แวร์ประเภทเดียวกับ Drupal เป็นบริการหนึ่งของ Google มี template หลักให้เลือก ข้อจำกัดคือ ไม่สามารถปรับแต่งอะไรได้มากนัก และไม่สามารถใช้ฐานข้อมูลร่วมกับอื่นๆได้ แต่ข้อดี คือ ใช้งานง่าย
4. Mambo เป็นรูปแบบ CMS เคยเป็นต้นแบบของ Joomla! มีระบบการทำงานคล้ายคลึงกัน แม้ในปัจจุบันไม่ค่อยนิยม แต่ก็ยังมีคนพัฒนาอยู่เสมอ
5. Joomla! เป็นที่นิยมมาก เพราะสามารถปรับแต่งรูปร่างได้ตามใจ และมีฟังค์ชั่นมากมายให้เล่น ทำให้เว็บไซต์มีความสวยงามได้อย่างง่าย


LMS ย่อมาจาก Learning Management System เป็นระบบที่นำเสนอความรู้ จัดเก็บข้อมูลเพื่อติดตามสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น และสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน e-learning ให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย โดยเป็นสภาพแวดล้อมการเรียนการสอน เช่น การสร้างบทเรียนหรือกิจกรรมออนไลน์ การจัดการประเมินออนไลน์ เป็นต้น ตัวอย่าง LMS เช่น
1. Blackboard เป็นระบบรูปแบบหนึ่งที่จุฬาฯใช้ เป็น license LMS ผู้เรียนสามารถทำกิจกรรมต่างๆออนไลน์ได้ แต่ยังมีข้อจำกัด คือ มีลิขสิทธิ์ ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ ไม่ค่อยมีความยืดหยุ่นในการปรับปรุงแก้ไข
2. TCU เป็นการเรียน e-learning ที่พัฒนาขึ้นมาเองของไทย
3. Sakai Project เป็นของนานาชาติ เพื่อให้สถานศึกษาต่างๆนำไปใช้ สามารถจัดการเรียนการสอนออนไลน์
4. ATutor ได้รับการออกแบบสามารถปรับแต่งได้ตามที่ผู้ใช้ต้องการ ผู้สอนสามารถพัฒนาเนื้อหาออนไลน์ได้ด้วยตนเอง สามารถปรับเปลี่ยนได้ ผู้เรียนเข้าถึงเนื้อหาได้หลากหลายมากขึ้น
5. Moodle เป็นระบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุด สามารถออกแบบรายวิชาได้ตามต้องการ ช่วยให้อาจารย์จัดการเรียนได้มีประสิทธิภาพ แต่มีข้อจำกัด คือ ไม่สามารถออกแบบให้สวยงามมากได้ เท่ากับซอฟท์แวร์ตัวอื่นๆ
6. Learnsquare พัฒนาโดย nectec ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ตามอัธยาศัย ทุกที่ทุกเวลาในรูปแบบสื่อมัลติมีเดีย เปิดโอกาสการศึกษาให้กว้างขวางมากขึ้น สามารถโต้ตอบได้เหมือนจริง


Joomla!
เริ่มการเรียนรู้ Joomla! ด้วยวิธีการติดตั้ง Appserv เพื่อทดสอบ Joomla! ในเครื่อง ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในการลงโปรแกรมนี้ที่บ้านได้จริง ขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยาก ทำตามลำดับไปเรื่อยๆ ก็จะลงได้สำเร็จ
***ข้อควรจำ***
1. ในการติดตั้ง Appserv จะมีขั้นตอนหนึ่งให้เราใส่ server name จริงๆเราจะใส่อะไรก็ได้ แต่โดยทั่วไปนิยมใส่ว่า localhost
2. ช่อง enter root password คือช่องที่ใส่ password ของเรา
3. เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วไปที่ folder joomla! แล้วคลิกขวา จากนั้นทำการคัดลอก folder ไปยังตำแหน่งที่เราติดตั้ง Appserv ไว้ ใน folder Appserv ไปที่ folder www แล้ววาง folder joomla! ไว้ที่นั่น ถือว่าเสร็จสิ้น


ขั้นตอนการติดตั้ง Joomla!
1. พิมพ์ที่อยู่เว็บ เช่น localhost/joomla แล้วกด enter
2. เลือกภาษาที่ต้องการ แล้วคลิกปุ่มถัดไป
3. แล้วคลิกปุ่มถัดไปอีกครั้งหนึ่ง แล้วอ่านเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ แล้วคลิกปุ่มถัดไป
4. แล้วคลิกปุ่มถัดไป
5. ระบุชื่อ host ทั่วไปคือ localhost ระบุชื่อผู้ใช้ฐานข้อมูล root รหัสผ่านและชื่อฐานข้อมูลตั้งเอง แล้วคลิกปุ่มถัดไป
7. แล้วคลิกปุ่มถัดไป จะพบกับการระบุชื่อเว็บไซต์ และระบุอีเมลล์ของผู้ใช้ แล้วคลิกปุ่มถัดไป ตกลงและดูที่ดูหน้าเว็บไซต์ แต่ก่อนที่จะดูที่หน้าเว็บไซต์ เราต้องไปลบ folder installation ก่อนแล้วค่อยมาดูหน้าเว็บไซต์


หลังจากที่ได้เรียนรู้ขั้นตอนการติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ข้าพเจ้าก็ได้รู้จักกับ Front-end และ Back-end โดยระบบ Joomla! ได้แบ่งหน้าเว็บออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน คือ ส่วน Front-end ซึ่งเป็นส่วนที่แสดงเนื้อหาข้อมูลต่างๆ และส่วน Back-end ที่เป็นส่วนที่ผู้ดูแลระบบไว้จัดการระบบต่างๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้
Front-end เราสามารถไปในส่วนนี้ได้โดยการพิมพ์ที่อยู่เว็บว่า http://localhost/joomla/ชื่อโฟลเดอร์ที่ตั้งไว้ และเมื่อเข้าไปในหน้าเว็บไซต์ของ Joomla จะประกอบด้วย Module มากมาย เช่น module popular ที่แสดงหน้าที่มีคนเข้าชมมากที่สุด เป็นต้น
Back-end เราสามารถไปในส่วนนี้ได้โดยการพิมพ์ที่อยู่เว็บว่า http://localhost/joomla/administrator จะประกอบด้วยคำสั่งต่างๆมากมายเช่น เมนู site ทำหน้าที่จัดการฐานข้อมูลต่างๆของผู้ใช้ เมนู menus จัดการลิ้งค์ต่างๆในเว็บ เมนู content เป็นต้น
นอกจากนี้ได้เรียนรู้วิธีการใช้ Joomla! ผ่าน SME แต่ละกลุ่ม โดยมีหัวเรื่องและรายละเอียดดังนี้
1. การจัด content บน Joomla!
2. การสร้างเมนู Joomla!
3. Joomla! Extension
4. แต่ง Joomla! ให้สวยด้วย Template
5. การเปลี่ยน Template
6. การติดตั้งภาษาไทย
โดยแต่ละเรื่องที่ได้เรียนจาก sme แต่ละกลุ่มก็สนุกและทำให้เข้าใจมากขึ้น สามารถนำมาปรับใช้ความรู้ต่อที่บ้านและงานได้จริง


สิ่งที่จะค้นคว้าเพิ่มเติม

หลังจากที่ได้เรียนวันนี้แล้ว ข้าพเจ้าต้องกลับมาค้นคว้าข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับ Joomla! เพิ่มเติม โดยเฉพาะลูกเล่นต่างๆ เพื่อนำมาเสนอในคาบต่อไป

ข้อเสนอแนะ

อยากให้มีการเรียนการสอนแบบ SME อีก เพราะทำให้ย่นระยะเวลาการเรียนรู้ของตัวเอง และทำให้ได้ผ่อนคลายอิริยาบถมากขึ้น จากที่นั่งฟังคนเดียว ก็เกิดการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น