วันนี้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้เนื้อหา เกี่ยวกับการออกแบบบทเรียนการเรียนการสอนผ่านเว็บ ซึ่งมีหลักการทางการศึกษามาข้องเกี่ยว มี 2 แนวคิด คือ ADDIE’S หรือ generic model สำหรับการออกแบบพัฒนาสื่อให้มีประสิทธิภาพ กับ Gagne คือ การออกแบบเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อให้ดีที่สุด โดยเริ่มแรกจะเริ่มกันที่ ADDIE’S
ADDIE’S สามารถนำมาปรับใช้กับการเรียนการสอนผ่านเว็บ โดยแต่ละตัวหมายถึง
Analyze คือ วิเคราะห์ ประกอบด้วย 3 ข้อย่อยๆ
- Goal เป้าหมายอะไร
- Audience กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร
- Environment สภาพแวดล้ม บริบทต่างๆ
Design คือ การออกแบบ ประกอบด้วย
- การเขียน site structure
- การเขียน storyboard
- Interface Design
ขั้นตอนระหว่าง Design กับ Develop เรียกว่า Rapid Prototyping คือ การทำต้นแบบขึ้นมา เพื่อตกลงร่วมกันว่าเหมาะสม และนำมาพัฒนา ส่งไปยังประยุกต์ใช้
Develop คือ การพัฒนา เชื่อมต่อจากrapid ถ้าได้รับการยอมรับจากผู้สอน ก็จะนำมาพัฒนาต่อไป มอง 2 ส่วนคือ
- Tools คือ software ด้านต่างๆ เช่น เสียง วิดีโอ grapics
- Team คือ ทีมการออกแบบเว็บ เช่น ทีมรวบรวมเนื้อหา จัดเรียงเนื้อหา ทีมกราฟฟิค
Implement คือ การนไปใช้มี 2 ขั้นตอนหลักๆ คือ
- Pilots คือ การนำไปทดลองใช้ กับกลุ่มเป้าหมาย หรือผู้สอนทดลองใช้ เพื่อนำ feedback มาปรับปรุงแก้ไข
- Rollout plan คือ วางแผนการนำไปใช้จริง
Evaluation คือ การประเมินผล ผู้ประเมิน มี 2 ด้านคือ
- Sme มองในด้านเนื้อหาว่าอยู่ในหมวดอะไร เช่น ภาษาอังกฤษ หรืออาจจะให้sme ด้านเว็บ ตรวจสอบเนื้อหาบทเรียน
- Audience คือ ทดลองกับกลุ่มเป้าหมายจะใช้ได้หรือไม่ เพื่อประเมินผล
อีกแนวคิดคือ ทฤษฎีของ GAGNE มี 9 ขั้นตอน ดังนี้
1. Gain attention : เรียกความสนใจจากผู้เรียน เช่น ใช้ภาพ สี เสียง แอนนิเมชั่น วิดีโอ
2. Inform learners Objectives : ใช้ Homepage หรือ Announcement ในการบอกวัตถุประสงค์แก่ผู้เรียน และขั้นตอนกิจกรรมการเรียนรู้
3. Stimulate recall of prior learning : กระตุ้นความรู้เดิม เพื่อให้เชื่อมโยงกับความรู้ใหม่ โดยใช้ Communication tools (แบบประสานเวลา-ไม่ประสานเวลา) เช่น discussion board ในการถามตอบ
4. Present the content : การนำเสนอเนื้อหา อาจอยู่ในรูปแบบ PPT slide, CAI, website
5. Provide learning guidance : การให้คำแนะนำระหว่างเรียน เช่น บอกถึงขั้นตอนการเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้อย่างละเอียดในหน้า homepage หรือ FAQs, Helps (แบบ real time / non-real time)
6. Elicit performance : การตรวจสอบพฤติกรรมผู้เรียน เช่น แบบฝึกหัด (quiz ใน discussion board, chat room ใน communication tools แทนการอภิปราย แลกเปลี่ยนความเห็นในชั้นเรียน ส่งงาน)
7. Provide feedback : ให้ข้อเสนอแนะผู้เรียน โดยผ่านทาง Communication tools ต่างๆ เช่น discussion board, chat room, E-mail การให้ feedback ตอบกลับผู้เรียนผ่านทาง Assessment tools เช่น quiz, survey
8. Assess performance : การประเมินผล เช่น ตรวจสอบการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของผู้เรียน ระหว่างเรียน และการใช้ rubric ประเมินผลตามสภาพจริง
9. Enhance retention and transfer to the job : การเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้กับชีวิตจริงและงานอื่นๆได้ และทำให้ผู้เรียนเห็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม
หลักการในการออกแบบ WBI คำนึงถึง เนื้อหา กับ กิจกรรม
*เนื้อหา
1. กำหนดวัตถุประสงค์ชัดเจน
2. การใช้สี ข้อความ ภาพเหมาะกับผู้เรียน
3. การใช้หัวข้อใหญ่ หัวข้อย่อย ทำให้เรียนรู้ได้อย่างเป็นหมวดหมู่ เข้าใจง่าย
4. การใช้ถ้อยคำ ควรใช้ภาษาง่ายๆ สั้นๆ กะทัดรัด หลีกเลี่ยงศัพท์ที่ยาก
5. การใช้สื่อประสม เช่น ภาพกราฟิก ภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว ดึงความสนใจ
6. การใช้ตาราง ทำให้เกิดความชัดเจน และผู้เรียนเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น
*กิจกรรม
ควรเน้นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสามารถแบ่งรูปแบบของ กิจกรรมได้ 3 รูปแบบ คือ
1. กิจกรรมแบบประสานเวลา (Synchronous) อาจใช้การสื่อสารด้วยการพิมพ์ข้อความผ่านคอมพิวเตอร์ (Chatroom) การสื่อสารด้วยเสียง
2. กิจกรรมแบบไม่ประสานเวลา(Asynchronous) อาจใช้การสื่อสารผ่าน e-mail หรือผ่านทาง webboard
3. กิจกรรมแบบร่วมมือ (Collaborative) เป็นการเรียนการสอนแบบผสมผสานระหว่าง synchronous และ asynchronous ซึ่งพิจารณาจากความเหมาะสมของเนื้อหาและกิจกรรม
สรุป
การออกแบบการเรียนการสอนผ่านเว็บ ต้องมีระบบควรยึดหลัก ADDIE’S Model กับ GAGNE เพื่อให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ ซึ่งการออกแบบของ GAGNE ก็เหมือนกับการเขียนแผนการสอนที่มีขั้นนำ ขั้นสอน ขั้นสรุปนอก จากนี้เทคนิคต่างๆแล้ว ก็สำคัญ เช่น พวกการใช้สี การใช้ตาราง
WBI : Site structure คือ การออกแบบการเรียนการสอนผ่านเว็บอย่างมีประสิทธิภาพ
ในขั้นนี้เราก็จะใช้หลักการของ ADDIE’S MODEL เช่นกันแต่จะเน้นที่ตัว
D=DESIGN คือ การออกแบบ มี 3 ขั้นย่อย คือ
1. การกำหนดโครงสร้างเว็บไซต์ (Site Structure) สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของเว็บ กลุ่มผู้ชมและกลุ่มเป้าหมาย เป็นการออกแบบภาพรวมทั้งหมด ประกอบด้วย Home About Me เป็นต้น สำคัญมาก เพื่อให้การทำงานชัดเจน อีกทั้งโครงสร้างทางเว็บที่ดี จะทำให้ผู้ชมเข้าใจ หลักๆมีการออกแบบอยู่ 2 แบบ คือ
1. จัดตามกลุ่มเนื้อหา ก็จะแบ่งหมวดย่อยๆออกไปตามโครงสร้างของเนื้อหาที่สัมพันธ์กัน
2.จัดตามกลุ่มผู้ชม เช่น ผู้ชมสนใจในเรื่องของคณะ ก็เข้าไปตามคณะต่างๆ เนื้อหาก็จะแตกต่างกันไป
การออกแบบ site structure อีกแบบหนึ่งประกอบด้วย 3 แบบย่อย
1. Sequence การเรียงลำดับ การออกแบบไปทีละหน้า เหมาะกับจำนวนเว็บเพจไม่มากนัก
2. Hierarchy เหมาะกับจำนวนเว็บมาก รูปแบบทั่วไป นิยมใช้มาก
3. Combination เหมาะกับเว็บไซต์ที่ซับซ้อน เป็นการผสมข้อดีของ 2 แบบข้างต้นเข้าด้วยกัน
2. การออกแบบสตอรี่บอร์ด
3. การออกแบบหน้าเว็บเพจ (Page design)
ในบทเรียนนี้ได้รับทราบการออกแบบ Site Structure สามารถนำมาปรับใช้กับงานตัวเอง โดยอาจจะเป็นการผสมระหว่าง 2 แนวคิดเข้าด้วยกันก็ได้
Page Design การออกแบบหน้าเว็บเพจให้ใช้งานง่าย
1 หน้าเว็บ มี 4 องค์ประกอบคือ
1. Page header ส่วนบนสุดของเว็บ เป็นส่วนที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นส่วนแรกที่ผู้ชมมอง จึงนิยมใส่ชื่อเว็บ หรือผู้ให้การสนับสนุน
2. Navigation Bar ส่วนที่ใช้เชื่อมโยงไปยังส่วนต่างๆของเว็บไซต์
3. Page Body ส่วนที่ใช้สำหรับใส่เนื้อหาหลักของเว็บไซต์ อาจมีตัวนำทางย่อยๆ เพื่อเชื่อมโยงไปยังเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
4. Page Footer นิยมใส่ชื่อหน่วยงาน ผู้ทำเว็บไซต์ แบนเนอร์ผู้ให้การสนับสนุน แผนผังเว็บไซต์แบบ text link
หลักการออกแบบหน้าเว็บเพจ มีหลักการ ดังนี้
1. Simplicity ความเรียบง่าย : สีสัน ตัวอักษร ภาพเคลื่อนไหว ให้พอเหมาะ เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ชนิดและสีไม่มากจนเกินไป จะรบกวนสายตาได้
2. Consistency ความสม่ำเสมอ : ใช้รูปแบบเดียวกันในเว็บไซต์ เพื่อป้องกันความสับสน
3. Warm tone color สีโทนร้อน : ทำให้ดูมีชีวิตชีวา
4. Cool tone color สีโทนเย็น : ความสุภาพ อ่อนโยน นิยมใช้กัน
5. Neutral tone color สีโทนกลาง : สีขาว ดำ เทา น้ำตาล
6. Color enhance corporate identity : สีช่วยเสริมเอกลักษณ์ขององค์กร
สิ่งที่จะเตรียมมา
เตรียมตัวในการนำเสนอเว็บไซต์ของตัวเอง เกี่ยวกับในเรื่องของข้อมูล ภาระงาน เป็นต้น
ข้อเสนอแนะ
เรียนผ่านโปรแกรมยังมีปัญหาอยู่เลย่ะ อาจารย์ อย่างคาบนี้หนูต้องนั่งรอนานมากกว่าจะเข้าไปเรียนบทเรียนของอาจารย์ได้ กดใหม่หลายรอบมาก จนเริ่มถอดใจ
█ ▌♦◊ Kimbum❤SoeuN ◊♦ ▌█
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น